ข้อควรพิจารณา แปลจาก Things to Think About โดย สฤณี
ต่อไปนี้เป็นรายการข้อควรพิจารณาบางประเด็นที่ควรคำนึงถึงก่อนที่จะเลือกใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์กับงานของคุณ ถ้าคุณมีคำถามหรือความกังวลใด ๆ เชิญถามเราได้ที่เว็บบอร์ดหรืออีเมลกลุ่ม
สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ใช้ได้กับงานทุกประเภทที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบัน โดยปกติแล้ว งานเหล่านั้นรวมถึง: หนังสือ บทละคร เว็บไซต์ แผนการเรียนการสอน บล็อก (blog) และงานเขียนรูปแบบอื่นๆ, รูปถ่ายและรูปภาพชนิดอื่นๆ, ภาพยนตร์ เกมคอมพิวเตอร์ และโสตทัศนวัสดุชนิดอื่นๆ, บทเพลง บทดนตรี และสิ่งบันทึกเสียงชนิดอื่นๆ
คุณไม่สามารถใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์กับสิ่งใดก็ตามที่กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ครอบคลุม เช่น ไอเดีย หรือข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ในประเทศไทย คุณสามารถดูรายการของงานที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้ที่ เว็บไซต์ kodmhai.com
ก่อนที่คุณจะใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ คุณต้องมั่นใจก่อนว่า คุณมีสิทธิที่จะทำเช่นนั้น นั่นหมายความว่า คุณต้องมั่นใจว่าเจ้าของลิขสิทธิ์มีความยินดีที่จะเผยแพร่งานชิ้นนั้นภายใต้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์
ถ้าคุณเป็นคนสร้างงานชิ้นนั้นเอง คุณก็คงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และดังนั้นจึงสามารถใช้สัญญาอนุญาตแบบใดก็ได้ที่คุณต้องการ ถ้าคุณสร้างงานชิ้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ นายจ้างของคุณก็น่าจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และเป็นผู้เดียวที่ตัดสินใจได้ว่าจะใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์หรือไม่ ถ้าคุณสร้างงานชิ้นนั้นภายใต้สัญญาจ้างงาน คุณต้องเช็คเงื่อนไขในสัญญานั้นว่าลิขสิทธิ์ได้ถูกโอนไปให้กับบุคคลอื่นใดแล้วหรือไม่
ถ้างานของคุณเป็นการผสมผสานงานที่คนอื่นสร้างขึ้นแล้ว หรือเป็นผลของการร่วมมือกันทำงานกับผู้สร้างคนอื่น ๆ คุณต้องขออนุญาตบุคคลเหล่านั้น ก่อนที่จะใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์กับงานนั้น ๆ คุณไม่ได้รับอนุญาตโดยอัตโนมัติกับงานที่คุณซื้อมา เช่น ซีดีของมาดอนน่า หรือหนังสือนิยายของอิตาโล คาลวิโน เพราะงานเหล่านี้ถูกเผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์แบบ “สงวนลิขสิทธิ์ทั้งปวง” (all rights reserved) คุณจะนำสัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์มาใช้กับงานประเภทนี้ได้ก็ต่อเมื่อคุณได้พูดคุยกับเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง และตกลงกับเขาว่าจะใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ประเภทใดประเภทหนึ่งอย่างชัดเจน แน่นอน ถ้าคุณกำลังสร้างงานใหม่จากงานที่ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์แล้ว คุณก็จะมีสิทธิแบบนั้นด้วย! (ถ้าการใช้ของคุณไม่ขัดต่อเงื่อนไขของสัญญาอนุญาตของงานต้นแบบชิ้นนั้น)
ก่อนที่คุณจะใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์กับงานของคุณ คุณควรจะมั่นใจว่า คุณเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร ด้วยการอ่านคำถามที่พบบ่อย (FAQ) หรือถามคำถามแบบเฉพาะเจาะจงในอีเมลกลุ่มของเรา
ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายองค์ประกอบบางประการของโมเดลสัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์
นี่เป็นประเด็นที่คุณต้องคำนึงถึงให้มาก เพราะสัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์นั้นเป็นสัญญาที่ยกเลิกไม่ได้ (non-revocable) นั่นหมายความว่า คุณไม่สามารถยับยั้งใครก็ตามที่ได้งานของคุณมาภายใต้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ จากการใช้งานนั้น ๆ ภายใต้เงื่อนไขของสัญญา คุณสามารถเลิกเผยแพร่งานของคุณภายใต้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์เมื่อใดก็ได้ที่คุณต้องการ แต่การตัดสินใจนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อฉบับก็อปปี้ของงานของคุณที่ถูกเผยแพร่ไปแล้วภายใต้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ ดังนั้น คุณจึงต้องทบทวนให้ดี ๆ เวลาเลือกสัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ เพื่อให้แน่ใจว่า คุณจะยินดีให้คนทั่วไปใช้งานชิ้นนั้นอย่างตรงตามข้อกำหนดของสัญญาจริง ๆ แม้ว่าภายหลังคุณจะเลิกเผยแพร่งานชิ้นนั้นแล้วก็ตาม
นี่ไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำหรับผู้สร้างงานหรือผู้มอบสัญญาอนุญาตบางราย ถ้าคุณเป็นช่างภาพมือสมัครเล่น และคุณเพิ่งถ่ายรูปภูเขาไฟฟูจิที่ดูดีมาก ๆ คุณคงไม่ค่อยมีความเสี่ยงเท่าไรนักถ้าคุณจะตัดสินใจเผยแพร่ภาพนั้นด้วยสัญญาอนุญาตของเราประเภทที่มอบเสรีภาพสูงสุดให้กับผู้ใช้ ที่สงวนไว้แค่สิทธิในการอ้างอิงว่าเป็นผู้สร้าง (right of attribution) เพียงอย่างเดียว แต่ถ้าคุณเป็นนักดนตรีที่ยังชีพด้วยการแต่งเพลงขาย คุณควรต้องคิดให้ดี ๆ ก่อนที่จะยอมสละสิทธิในการทำกำไรจากงานของคุณ นักดนตรีจำนวนมากค้นพบว่า การเผยแพร่งานสำหรับการใช้ที่ไม่แสวงหากำไรนั้นมีคุณค่ามาก แต่การอนุญาตนอกเหนือจากนั้นควรต้องได้รับการพิจารณาอย่างระมัดระวัง เราทุกคนชื่นชมคนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แต่ถ้าคุณอยากเป็นอย่างนั้น เราอยากให้คุณคิดอย่างระมัดระวังก่อนที่จะแสดงน้ำใจออกมา
คุณต้องกำหนดขอบเขตของงานที่คุณจะใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ให้ชัดเจน ก่อนที่จะใช้สัญญาอนุญาตแบบนี้ เรามอบสิทธิให้คุณระบุประเภทของงานในสัญญาฉบับอภิข้อมูล (metadata – ข้อมูลที่อธิบายข้อมูลอีกที) เช่น การระบุว่างานชิ้นนั้นเป็นข้อเขียน เสียง วีดีโอ รูปภาพ หรืองานที่ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์ด้วยได้ (interactive) และดังนั้นคุณก็ควรจะใช้สัญญาฉบับข้อมูลของข้อมูลด้วย เพราะมันเป็นฉบับที่คอมพิวเตอร์ “อ่าน” ออกอย่างชัดเจนครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม คุณควรจะคิดด้วยว่า คุณจะใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ กับส่วนใดของงานของคุณกันแน่ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่คุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ คุณอยากเผยแพร่เฉพาะข้อความและรูปภาพในเว็บ หรืออยากเผยแพร่สไตล์ชีทและโค้ดที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์นั้นด้วย? ในทำนองเดียวกัน ถ้าคุณเผยแพร่บทเพลงที่อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์บนเว็บไซต์ของคุณ หมายความว่าสัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ฉบับนั้นใช้ได้กับทั้งบทเพลงและรูปภาพทั้งหมดบนเว็บนั้นหรือเปล่า? และอย่าลืมว่า คุณเองก็ต้องมีสิทธิใช้องค์ประกอบทั้งหมดที่คุณต้องการเผยแพร่ผ่านสัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์
ลองหยุดคิดสักครู่หนึ่งว่า คุณต้องการเผยแพร่อะไรบ้าง แล้วค่อยกำหนดกรอบสัญญาฉบับข้อมูลของข้อมูล และฉบับภาษากฎหมายตามความต้องการของคุณ เช่น “รูปภาพทั้งหมดบนเว็บนี้เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ [เลือกประเภทของสัญญา] 3.0”
คุณต้องเช็คเรื่องนี้กับองค์กรที่คุณเป็นสมาชิกอยู่ ปัจจุบันองค์กรหลายแห่งในออสเตรเลีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ลักเซ็มเบิร์ก สเปน ไต้หวัน และเนเธอร์แลนด์ รับโอนลิขสิทธิ์ในงานของคุณทั้งปัจจุบันและในอนาคต เพื่อบริหารจัดการลิขสิทธิ์ให้ ดังนั้น ถ้าคุณเป็นสมาชิกองค์กรแบบนี้ในประเทศดังกล่าวข้างต้น คุณอาจไม่มีสิทธิใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ เพราะคุณไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อีกต่อไป เรากำลังติดต่อองค์กรเหล่านี้เพื่อหาหนทางที่ผู้สร้างงานจะสามารถใช้ประโยชน์จากสัญญาทั้งสองระบบ
ถ้าคุณเป็นสมาชิกขององค์กรแบบนี้ เราขอเชิญชวนให้คุณสนับสนุนให้องค์กรดังกล่าวเปิดทางให้คุณใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์