วิชาการ.คอม (vcharkarn.com) เว็บไซต์เพื่อการศึกษาอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ได้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย เผยแพร่เนื้อหาส่วนบทความกว่า 1,200 เรื่องแล้ว

วิชาการ.คอม ก่อตั้งโดยนักเรียนทุนรัฐบาล 3 ท่าน ที่เห็นความสำคัญของการสร้างแหล่งความรู้วิชาการสำหรับเยาวชนบนอินเทอร์เน็ตที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีคุณภาพ ขณะนี้ดำเนินงานเป็นปีที่ 9 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง
เนื้อหาในเว็บเกิดมาจากอาสาสมัครที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ช่วยกันเขียนเผยแพร่ในลักษณะบทความ นอกจากนั้นยังมีเนื้อหาอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา เช่น ข้อสอบ บทเรียน แนะนำหนังสือ ข่าวทุนการศึกษา และส่วนที่ให้ผู้ใช้เป็นผู้สร้างเนื้อหา เช่นบล็อก คาเฟ่ คลับ เป็นต้น

เนื้อหาภายในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (psu.ac.th) ใช้สัญญาอนุญาตแบบครีเอทีฟคอมมอนส์ (แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน) ถือเป็นมหาวิทยาลัยไทยแห่งแรกๆ ที่ใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์
ที่มาจาก อีเมลกลุ่ม ccthailand
ไม่นานมานี้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI (tdri.or.th) ได้ใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบ by-nc-sa ในการเผยแพร่งานวิจัยบนเว็บครับ ท่านสามารถนำงานวิจัยของ TDRI ที่เผยแพร่บนเว็บ ไปใช้ต่อ ส่งต่อ ดัดแปลงเพื่อประกอบหรือต่อยอดงานวิจัยอื่น โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องอ้างที่มา ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า และต้องใช้สัญญาอนุญาตฉบับเดียวกันนี้กับการเผยแพร่งานที่ดัดแปลงต่อยอดแล้ว
นอกจากนั้น เว็บเผยแพร่สื่อการเรียนการสอนระดับโรงเรียนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง คือ ThaiGoodView.com ก็ได้ใช้สัญญาอนุญาต CC by-nc-sa แล้วเช่นกัน ซึ่งในกรณี ThaiGoodView นี้มีประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับแรงจูงใจของครูและประโยชน์ที่ครูจะได้รับจากการใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งผมได้เขียนถึงไว้ในบล็อกเรื่อง แรงจูงใจของการบริจาคเนื้อหาเพื่อการศึกษา: กรณีการใช้ครีเอทีฟคอมมอนส์ของ ThaiGoodView.com ครับ
เว็บไซต์ Change.gov ซึ่งเป็นเว็บไซต์นำเสนอนโยบายของรัฐบาลบารัค โอบามา ก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ได้ประกาศว่าเนื้อหาทั้งหมดเว็บไซต์จะใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons Attribution 3.0 (“By”) นั่นหมายความว่าคนทั่วไปสามารถเอาเนื้อหาไปทำอะไรก็ได้อย่างเสรี ขอแค่อ้างอิงว่าเอามาจาก Change.gov เท่านั้น (ข่าวใน Blognone ก็ใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันครับ)
ใครอยากอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูได้ที่หน้า Copyright Policy ของ Change.gov
โดยทั่วไปแล้ว เนื้อหาที่สร้างโดยหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐจะเป็น public domain คือนำไปใช้ได้อย่างอิสระ (ไม่ต้องอ้างอิงด้วยซ้ำ) แต่ Change.gov นี้เป็นเว็บไซต์ของโอบามา ซึ่งจะมีลิขสิทธิ์คุ้มครองตามปกติ ยกเว้นเสียแต่ว่าเจ้าของจะระบุว่าใช้สัญญาอนุญาตแบบอื่นๆ อย่างเช่นกรณีนี้
รูปภาพของ Obama.com ใน Flickr นั้นใช้สัญญาอนุญาตแบบ By-Nc-Sa (ต้องอ้างอิง, ห้ามนำไปใช้ทางการค้า และผลงานที่นำไปใช้ต่อต้องใช้สัญญาแบบเดียวกัน) รายละเอียดของ Creative Commons ที่เป็นภาษาไทย อ่านได้จาก cc.in.th
ที่มา – Creative Commons, Lessig’s Blog, ReadWriteWeb
ด้วยการแนะนำและอ้างอิงจาก บลอกนอน
นิตยสารจอยส์ในหนึ่งบรรทัด โดย @phuphu
“นิตยสารแจกฟรีเพื่อชีวีหรรษา นำพาหลากเรื่องบันเทิง เชิงวัยรุ่นไลฟสไตล์ อ่านได้อ่านดีทั้งบุรุษ สตรี เด็กและคนชรา สรรหามาให้ใกล้สิ้นเดือน”
นิตยสารจอยส์ เป็นนิตยสารเกม การ์ตูน ไลฟ์สไตล์ รายเดือน แจกให้อ่านฟรี ๆ ให้รูปแบบอีบุ๊ค (PDF) โดยคณะบุคคล คีย์ ทเวนตี้ไฟว์ และเปิดรับเรื่องจากชาวอินเทอร์เน็ต
อ่านต่อ…
Thailand’s Working Group on Justice for Peace had published a new edition of the book The Disappearance of Persons is The Disappearance of Justice in CC by-nc 3.0 license.
คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จัดพิมพ์เผยแพร่ หนังสือ
การสูญหายของบุคคล คือการสูญหายของความยุติธรรม ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ 3
ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ประเภทแสดงที่มาและไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 (by-nc)
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ส่วนหนึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับบุคคลสูญหาย อีกส่วนหนึ่งเป็นบทแปลอนุสัญญาระหวางประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิใหบุคคลถูกบังคับใหสูญหาย
ใครที่เข้าห้องครีเอทีฟคอมมอนส์เมื่องานบาร์แคมป์กรุงเทพ ครั้งที่ 2 คงได้เห็นรูปเล่มของจริงไปแล้ว เป็นหนังสือขนาดกะทัดรัด หนา 72 หน้า
สนใจสั่งซื้อหนังสือได้ที่ คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ wgjp.bkk (at) gmail.com ราคา 50 บาท
ISBN 978-974-224-997-7
สแตนฟอร์ดเปิดโครงการ Stanford Engineering Everywhere เปิดการศึกษาขั้นสูงออนไลน์ฟรี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เปิดตัวโครงการ Stanford Engineering Everywhere (SEE) เผยแพร่วีดิโอการบรรยาย พร้อมสื่อการสอนให้ดาวน์โหลดฟรี ทั้งหลักสูตร เอกสารประกอบ การบ้าน และข้อสอบ รวมทั้งยังมีเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้นักศึกษา SEE ติดต่อแลกเปลี่ยนกันด้วย
โดยขั้นแรกนี้ มี 10 วิชาพื้นฐานให้เรียนกัน เป็นวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เบื้องต้น 3 วิชา วิชาด้านปัญญาประดิษฐ์ 3 วิชา และวิชาด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 4 วิชา
สื่อการสอนทุกชิ้นในโครงการ SEE นี้ เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 (by-nc-sa) ส่วนเนื้อหาทั่วไปในเว็บไซต์จะใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 (by)
การเปิดวิชาเรียนทางออนไลน์นั้นกำลังได้ความนิยมอย่างมาก นอกเหนือจาก SEE แล้ว ยังมีโครงการลักษณะคล้ายคลึงกันนี้อื่น ๆ อีก เช่นโครงการ OpenCourseWare ต่าง ๆ อย่าง MIT OpenCourseWare, Notre Dame OpenCourseWare, โครงการ Yale Open Courses, โครงการ Connexions, โครงการ webcast.berkeley, หรือ โครงการ CORE ของจีน สำหรับเมืองไทยมีโครงการทำนองนี้ในชื่อ มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ
เพื่อให้การเผยแพร่วิชาความรู้เหล่านี้เป็นไปได้อย่างสะดวกที่สุด กว้างขวางที่สุด และยืดหยุ่นสำหรับการนำไปปรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ มากที่สุด โครงการวิชาเรียนแบบเปิดจำนวนมากจึงเลือกเผยแพร่สื่อการสอนในความดูแลของตนภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งอนุญาตให้ผู้นำไปใช้สามารถทำซ้ำ แก้ไขดัดแปลง และเผยแพร่ต่อได้ (ตามเงื่อนไขของสัญญาอนุญาต) ทั้งนี้องค์กรครีเอทีฟคอมมอนส์ยังเป็นภาคีร่วมในโอเพนคอร์สแวร์คอนซอร์เทียม (OpenCourseWare Consortium) อีกด้วย โดยโอเพนคอร์สแวร์คอนซอร์เทียมนั้นเป็นกลุ่มความร่วมมือขององค์กรจากทั่วโลก มีพันธกิจสนับสนุนการศึกษาทั่วโลกผ่านวิชาเรียนแบบเปิดหรือโอเพนคอร์สแวร์ (open courseware)
เยี่ยมชม ทดลองเรียนกับ SEE ได้ที่ http://see.stanford.edu/
ที่มา – foosci.com, creativecommons.org