เว็บไซต์ Change.gov ซึ่งเป็นเว็บไซต์นำเสนอนโยบายของรัฐบาลบารัค โอบามา ก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ได้ประกาศว่าเนื้อหาทั้งหมดเว็บไซต์จะใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons Attribution 3.0 (“By”) นั่นหมายความว่าคนทั่วไปสามารถเอาเนื้อหาไปทำอะไรก็ได้อย่างเสรี ขอแค่อ้างอิงว่าเอามาจาก Change.gov เท่านั้น (ข่าวใน Blognone ก็ใช้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันครับ)
ใครอยากอ่านรายละเอียดก็เข้าไปดูได้ที่หน้า Copyright Policy ของ Change.gov
โดยทั่วไปแล้ว เนื้อหาที่สร้างโดยหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐจะเป็น public domain คือนำไปใช้ได้อย่างอิสระ (ไม่ต้องอ้างอิงด้วยซ้ำ) แต่ Change.gov นี้เป็นเว็บไซต์ของโอบามา ซึ่งจะมีลิขสิทธิ์คุ้มครองตามปกติ ยกเว้นเสียแต่ว่าเจ้าของจะระบุว่าใช้สัญญาอนุญาตแบบอื่นๆ อย่างเช่นกรณีนี้
รูปภาพของ Obama.com ใน Flickr นั้นใช้สัญญาอนุญาตแบบ By-Nc-Sa (ต้องอ้างอิง, ห้ามนำไปใช้ทางการค้า และผลงานที่นำไปใช้ต่อต้องใช้สัญญาแบบเดียวกัน) รายละเอียดของ Creative Commons ที่เป็นภาษาไทย อ่านได้จาก cc.in.th
ที่มา – Creative Commons , Lessig’s Blog , ReadWriteWeb
ด้วยการแนะนำและอ้างอิงจาก บลอกนอน
นิตยสารจอยส์ในหนึ่งบรรทัด โดย @phuphu
“นิตยสารแจกฟรีเพื่อชีวีหรรษา นำพาหลากเรื่องบันเทิง เชิงวัยรุ่นไลฟสไตล์ อ่านได้อ่านดีทั้งบุรุษ สตรี เด็กและคนชรา สรรหามาให้ใกล้สิ้นเดือน”
นิตยสารจอยส์ เป็นนิตยสารเกม การ์ตูน ไลฟ์สไตล์ รายเดือน แจกให้อ่านฟรี ๆ ให้รูปแบบอีบุ๊ค (PDF) โดยคณะบุคคล คีย์ ทเวนตี้ไฟว์ และเปิดรับเรื่องจากชาวอินเทอร์เน็ต
อ่านต่อ…
Thailand’s Working Group on Justice for Peace had published a new edition of the book The Disappearance of Persons is The Disappearance of Justice in CC by-nc 3.0 license.
คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จัดพิมพ์เผยแพร่ หนังสือ
การสูญหายของบุคคล คือการสูญหายของความยุติธรรม ฉบับปรับปรุง พิมพ์ครั้งที่ 3
ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ประเภทแสดงที่มาและไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 (by-nc)
เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ส่วนหนึ่งเป็นบทความเกี่ยวกับบุคคลสูญหาย อีกส่วนหนึ่งเป็นบทแปลอนุสัญญาระหวางประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิใหบุคคลถูกบังคับใหสูญหาย
ใครที่เข้าห้องครีเอทีฟคอมมอนส์เมื่องานบาร์แคมป์กรุงเทพ ครั้งที่ 2 คงได้เห็นรูปเล่มของจริงไปแล้ว เป็นหนังสือขนาดกะทัดรัด หนา 72 หน้า
สนใจสั่งซื้อหนังสือได้ที่ คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ wgjp.bkk (at) gmail.com ราคา 50 บาท
ISBN 978-974-224-997-7
สแตนฟอร์ดเปิดโครงการ Stanford Engineering Everywhere เปิดการศึกษาขั้นสูงออนไลน์ฟรี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เปิดตัวโครงการ Stanford Engineering Everywhere (SEE) เผยแพร่วีดิโอการบรรยาย พร้อมสื่อการสอนให้ดาวน์โหลดฟรี ทั้งหลักสูตร เอกสารประกอบ การบ้าน และข้อสอบ รวมทั้งยังมีเครือข่ายสังคมออนไลน์ให้นักศึกษา SEE ติดต่อแลกเปลี่ยนกันด้วย
โดยขั้นแรกนี้ มี 10 วิชาพื้นฐานให้เรียนกัน เป็นวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เบื้องต้น 3 วิชา วิชาด้านปัญญาประดิษฐ์ 3 วิชา และวิชาด้านวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 4 วิชา
สื่อการสอนทุกชิ้นในโครงการ SEE นี้ เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 (by-nc-sa) ส่วนเนื้อหาทั่วไปในเว็บไซต์จะใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 (by)
การเปิดวิชาเรียนทางออนไลน์นั้นกำลังได้ความนิยมอย่างมาก นอกเหนือจาก SEE แล้ว ยังมีโครงการลักษณะคล้ายคลึงกันนี้อื่น ๆ อีก เช่นโครงการ OpenCourseWare ต่าง ๆ อย่าง MIT OpenCourseWare , Notre Dame OpenCourseWare , โครงการ Yale Open Courses , โครงการ Connexions , โครงการ webcast.berkeley , หรือ โครงการ CORE ของจีน สำหรับเมืองไทยมีโครงการทำนองนี้ในชื่อ มหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ
เพื่อให้การเผยแพร่วิชาความรู้เหล่านี้เป็นไปได้อย่างสะดวกที่สุด กว้างขวางที่สุด และยืดหยุ่นสำหรับการนำไปปรับใช้ในโอกาสต่าง ๆ มากที่สุด โครงการวิชาเรียนแบบเปิดจำนวนมากจึงเลือกเผยแพร่สื่อการสอนในความดูแลของตนภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งอนุญาตให้ผู้นำไปใช้สามารถทำซ้ำ แก้ไขดัดแปลง และเผยแพร่ต่อได้ (ตามเงื่อนไขของสัญญาอนุญาต) ทั้งนี้องค์กรครีเอทีฟคอมมอนส์ยังเป็นภาคีร่วมในโอเพนคอร์สแวร์คอนซอร์เทียม (OpenCourseWare Consortium) อีกด้วย โดยโอเพนคอร์สแวร์คอนซอร์เทียมนั้นเป็นกลุ่มความร่วมมือขององค์กรจากทั่วโลก มีพันธกิจสนับสนุนการศึกษาทั่วโลกผ่านวิชาเรียนแบบเปิดหรือโอเพนคอร์สแวร์ (open courseware)
เยี่ยมชม ทดลองเรียนกับ SEE ได้ที่ http://see.stanford.edu/
ที่มา – foosci.com , creativecommons.org
ไม่นานหลังจาก โจอิชิ อิโตะ (Joichi Ito) ได้นำภาพถ่ายของ วินตัน เซิร์ฟ (Vinton Cerf) ผู้บุกเบิกวงการอินเทอร์เน็ต ที่เขาเป็นผู้ถ่ายขึ้นไปไว้ที่สารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย (Wikipedia) เมื่อปีก่อน เขาสังเกตว่ามีอะไรแปลก ๆ ในตอนนั้น รูปถ่ายของคนที่มีชื่อเสียงในวงการอินเทอร์เน็ตและผู้นำทางเทคโนโลยีที่มีประวัติอยู่ในวิกิพีเดีย มักจะมีคุณภาพต่ำหรือไม่มีรูปเลย มันไม่สมควรจะเป็นเช่นนั้น
อิโตะ ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับการศึกษาในสหรัฐอเมริกา นักลงทุนร่วมจัดตั้งกิจการและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ดิจิตอล การาจ (Digital Garage) ซึ่งทำธุรกิจสนับสนุนกิจการอินเทอร์เน็ตที่เกิดใหม่ในญี่ปุ่น กล่าวว่า “ผมได้ตระหนักว่า คนมีชื่อเสียงหลายคน ไม่มีภาพถ่ายที่เผยแพร่อย่างเสรีบนอินเทอร์เน็ต” อ่านต่อ…
ผม เป็นผู้แทนของสำนักกฎหมายธรรมนิติ ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านกฎหมายของโครงการครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย ได้รับเชิญจาก Creative Commons International (CCi) ไปร่วมงาน iSummit08 ซึ่งจัดโดย iCommons ร่วมกับ เมืองซัปโปโร บริษัทญี่ปุ่นชื่อ ดิจิทัลการาจ และโครงการครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศญี่ปุ่น ที่ซัปโปโร เมืองหลวงของฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2551 ถึง 3 สิงหาคม 2551
ตั้งใจว่ากลับมาเมืองไทย จะรีบมารายงานเล่าเรื่องราวให้ฟัง ปรากฎว่าไม่ได้ทำด้วยเหตุสารพัด จึงขออภัยคนที่สนใจติดตามเรื่องนี้
ความเป็นมา วัตถุประสงค์ในการจัดและเรื่องเกี่ยวกับงาน สามารถเข้าไปดูได้ที่ สไลด์แนะนำงาน iSummit08 เขาทำไว้ดีมาก ในงานมีรายการอะไรบ้าง ดูได้จาก โปรแกรมของงาน
เวลาที่จัดงานเป็นช่วงฤดูร้อนที่เมืองซัปโปโร แดดจึงเจิดจ้าสวยงามทั้งวัน เมื่อเทียบกับทั้งปี ช่วงนี้ อุณหภูมิสูงสุดแล้ว แต่ขนาดฤดูร้อน อุณหภูมิก็ยังอยู่ในช่วง 20-24 องศาเซลเซียส ซึ่งเทียบได้กับอุณหภูมิในห้องแอร์ที่เมืองไทยได้สบาย แถมช่วงเช้ากับช่วงเย็นถึงกลางคืน อุณหภูมิลดลงเป็น 17-19 เมื่อรวมกับลมที่พัดตลอดเวลาเพราะเป็นเมืองชายทะเล ก็ค่อนข้างเย็นสบาย อ่านต่อ…
ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับนักพัฒนาโมเดลรางรถไฟ เป็นชัยชนะทางศาลครั้งยิ่งใหญ่ของ ขบวนการซอฟต์แวร์เสรี หรือที่รู้จักกันในชื่อซอฟต์แวร์รหัสเปิด
ศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐอเมริกา ที่กรุงวอชิงตันได้วินิจฉัยในคำพิพากษาคดีว่า การที่โปรแกรมเมอร์ยินยอมให้ผู้อื่นนำผลงานของตนไปใช้ได้โดยเสรี ไม่ได้หมายความว่าผลงานนั้น ไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย
คำพิพากษาของศาลยังได้ระบุว่า การใช้สัญญาทางพานิชย์ เพื่อเผยแพร่ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์และงานศิลปกรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์สาธารณะ สามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาคดีนี้ ได้สนับสนุนขบวนการซอฟท์แวร์รหัสเปิด โดยช่วยลดความวิตกกังวลขององค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์เสรี ที่เขียนโดยแฮกเกอร์และโปรแกรมเมอร์ที่ทำเป็นงานอดิเรก ซึ่งได้อุทิศเวลาและแรงงานโดยไม่มีค่าตอบแทน
คำพิพากษานี้ ยังมีผลต่อสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นโครงการเพื่อดัดแปลงและแบ่งปันงานสร้างสรรค์อย่างเสรี ที่นายลอว์เรนซ์ เลสสิก (Lawrence Lessig) ศาสตราจารย์กฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2002 อ่านต่อ…
ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 1 เมษายน 2551
ครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีเป้าหมายผลักดันการเผยแพร่งานสร้างสรรค์ให้สาธารณะชนได้ใช้และแลกเปลี่ยนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้ประกาศในวันนี้ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงาน และการได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 4 ล้านเหรียญสหรัฐจาก William and Flora Hewlett Foundation
โดย ลอว์เรนซ์ เลสสิก ผู้ก่อตั้งครีเอทีฟคอมมอนส์และศาสตราจาย์ด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นข่าวดีที่สะท้อนให้เห็นว่า ครีเอทีฟคอมมอนส์ได้เติบโตสู่ การเป็นโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับงานสร้างสรรค์ การศึกษา และการวิจัยในยุคดิจิตอล” โดยครีเอทีฟคอมมอนส์เพิ่งก่อตั้งมาครบ 5 ปี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
เลสสิกประกาศว่า ความสนใจหลักของเขาได้ย้ายจากด้านลิขสิทธิ์ไปสู่ การต่อสู้กับการคอร์รัปชั่นทางการเมือง เขาเพิ่งริเริ่มโครงการ Change Congress เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการบริหารงานของรัฐบาลสหรัฐ และเพื่อที่เขาจะสามารถมุ่งเน้นความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวดังกล่าว เลสสิกจึงได้ประกาศลาออกจากการเป็นซีอีโอของครีเอทีฟคอมมอนส์ โดยตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดนี้ จะถูกแทนที่โดย โจอิชิ อิโตะ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ก่อตั้งกิจการ และผู้สนับสนุนวัฒนธรรมเสรี โดยเลสสิกจะยังคงเป็นกรรมการบริหารของครีเอทีฟคอมมอนส์ต่อไป
“ถึงแม้ผมจะเปลี่ยนความสนใจ แต่ก็ยังยึดมั่นอยู่กับ ครีเอทีฟคอมมอนส์และการเคลื่อนไหวเพื่อวัฒนธรรมเสรี” เลสสิกกล่าว “งานที่ผมจะทำในโครงการ Change Congress มีส่วนเสริมงานของครีเอทีฟคอมมอนส์ในหลายๆ ด้าน โครงการทั้งสองเกี่ยวข้อง กับการทำให้ประชาชนมีพลังและสร้างระบบที่ดีกว่าได้ด้วยตนเอง ผมมีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่จะมอบหมายตำแหน่งผู้บริหารให้กับ โจอิ อิโตะ ซึ่งเป็นผู้มีความสามารถและพลังความสนใจในงานของครีเอทีฟคอมมอนส์เป็นอย่างสูง” อ่านต่อ…
ครีเอทีฟคอมมอนส์ : สู่โลกแห่งการสร้างสรรค์เพื่อสาธารณะ
โดย สฤณี อาชวานันทกุล fringer.org
ในโลกยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน “สิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคล” เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจและเรียกร้องให้รัฐบาลของตนปกป้องอย่างสุดกำลัง แต่ในขณะเดียวกัน โลกยุคนี้ก็เป็นยุคที่ “ผู้สร้างงาน” เช่น นักแต่งเพลง หรือนักเขียน มักไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ในงานที่ตัวเองสร้างอีกต่อไป ก่อให้เกิดคำถามว่า “ผู้สร้างงาน” และ “ผู้เสพงาน” ควรมีสิทธิด้อยกว่า “นายทุน” เจ้าของลิขสิทธิ์ผู้จ่ายเงินสนับสนุนการสร้างและเผยแพร่งานสร้างสรรค์ชิ้นนั้น หรือไม่ เพียงใด?
อ่านต่อ…