การ์ตูนไอ้แป้น (i-phan) ใช้ Creative Commons
การ์ตูนออนไลน์ “ไอ้แป้น” (i-phan) บนเว็บบล็อก Exteen ประกาศใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แล้ว
รายละเอียดดูได้จาก i-phan ตอนที่ 90 Creative Commons

การ์ตูนออนไลน์ “ไอ้แป้น” (i-phan) บนเว็บบล็อก Exteen ประกาศใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แล้ว
รายละเอียดดูได้จาก i-phan ตอนที่ 90 Creative Commons

ทีมงาน Creative Commons Thailand และ Joys Magazine ได้ไปออกบูตประชาสัมพันธ์ Creative Commons ที่งาน Comicon Road IV ซึ่งเป็นงานรวมคนรักการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของไทย มีแฟนๆ การ์ตูนมาออกร้านและแต่งคอสเพลย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นผู้สร้างงานสร้างสรรค์กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งของไทย และเป็นโอกาสอันดีที่ Creative Commons จะไปแนะนำตัวให้กับ “ผู้สร้างงาน” เหล่านี้ได้รู้จัก
งานจัดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2552 ที่โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ สาธร ทางทีมงานได้นำโบรชัวร์แนะนำ Creative Commons ฉบับการ์ตูน ซึ่งวาดโดยคุณ phuphu ไปแจกด้วย โบรชัวร์สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ phuphu โดยใช้สัญญาอนุญาตแบบ Creative Commons Attribution
(ขอบคุณทั้งคุณ phuphu, คุณเอก Joys Mag และทางผู้จัด Comicon มา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

บูตของ CC ที่ Comicon Road

อธิบาย CC ให้กับแฟนๆ การ์ตูนได้รู้จัก
ผู้จัดการออนไลน์: กำเนิด”ครีเอทีฟคอมมอนส์”เพื่อคนไทย สุดยอดทางเลือกสำหรับโชว์งานบนเน็ต
เลิกเซ็งกับการถูกคนอื่นแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของผลงานสร้างสรรค์ เช่น บทความ ข้อเขียน เพลง ภาพถ่าย วิดีโอ และอื่นๆ ที่เราในฐานะผู้สร้างอุตส่าห์ใจดีอัปโหลดไว้ให้ชมฟรีบนอินเทอร์เน็ต เพราะวันนี้ คนไทยทุกคนสามารถใช้ “สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทย” เพื่อสงวนลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์ของตัวเองได้โดยที่ ยังเปิดเสรีให้ผู้ใช้รายอื่นสามารถหยิบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปใช้ได้ตาม ปกติ ทางสายกลางนี้เชื่อว่าจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรม”คอนเทนต์เสรี”ของไทยในยุค ดิจิตอล ซึ่งเป็นยุคที่การเผยแพร่-ดัดแปลงชิ้นงานสร้างสรรค์ ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเหลือเกิน
สิ่งที่เกิดขึ้นในสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์สำหรับประเทศไทยที่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 2 เมษายน 2552 คือการแปลสัญญาบางส่วนเป็นภาษาไทย และปรับแก้ให้สอดคล้องกับกฏหมายของประเทศเพื่อให้สามารถมีผลบังคับใช้กับ กฏหมายไทยได้โดยสะดวก คณะทำงานเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทยระบุว่า สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือการให้ความรู้ทั้งสองด้านอย่างจริงจัง ทั้งด้านผู้สร้างสรรค์งานเช่น บล็อกเกอร์ นักวิจัย นักเขียน หรือนักถ่ายภาพ และด้านประชาชนทั่วไปที่จะต้องรู้ว่าสามารถคัดลอกงานเหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อ อย่างเสรีในระดับใด
สถานีโทรทัศน์ BBC ของสหราชอาณาจักร เริ่มโครงการทดลองชื่อ R&DTV โดยรายการนี้เป็นรายการด้านเทคโนโลยีรายเดือน สัมภาษณ์บุคคลากรทั้งของ BBC เองและผู้เชี่ยวชาญภายนอก
แง่มุมที่น่าสนใจไม่อยู่ที่ตัวเนื้อหาของรายการ แต่เป็นวิธีการแพร่ภาพและแจกจ่ายรายการ รายการ R&DTV จะถูกปล่อยออกมา 3 ฟอร์แมต
ส่วนของวิดีโอนั้นมีให้ดาวน์โหลดทั้งแบบ Flash, QuickTime, MP4, XviD (มาเป็น .mkv) และ Ogg Theora เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนสามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้สะดวกมากที่สุด ไฟล์ทุกอย่างอยู่บน FTP ของ BBC นอกจากนี้ BBC ยังอัพโหลดวิดีโอไปบน YouTube และ blip.tv อีกด้วย
สัญญาอนุญาตของเนื้อหาทั้งหมดเป็น Creative Commons (by-nc 2.0) โดยทาง BBC บอกว่า
You can watch, rip, redistribute and remix all the contents of this package
และเป้าหมายของโครงการนี้ก็คือ ศึกษาว่าถ้าเปิดซอร์สเนื้อหาทั้งหมดแล้ว ผู้ชมจะนำมันไปดัดแปลง ผสม ตัดต่อ ต่อยอดอย่างไร และถ้ามันประสบความสำเร็จ เราก็อาจเห็นรายการอื่นๆ ของ BBC ใช้วิธีการเดียวกันตามมาในอนาคต
ที่มา – BBC Backstage, Ars Technica
ต้นฉบับจาก Blognone
ภาพบรรยากาศงานเปิดตัว Creative Commons ประเทศไทย จากเว็บไซต์ ITCOOLGANG: เปิดตัวแล้ววันนี้ แบ่งปันงานสร้างสรรค์ด้วย Creative Commons ประเทศไทย
รายการ Ubuntu Channel บน FukDuk.tv ตอน Creative Society มีวิดีโอบรรยากาศงานเปิดตัว Creative Commons ประเทศไทย
ต้นฉบับอยู่ที่ FukDuk.tv
คุณ phuphu บล็อกเกอร์คนดังจาก exteen ได้วาดการ์ตูนอธิบายแนวคิดของครีเอทีฟคอมมอนส์เป็นภาษาไทย สามารถเข้าไปดูได้ที่บล็อกของ phuphu หรือกดเข้าไปดูได้ด้านใน
ประชาไท: เปิดตัว ‘ครีเอทีฟคอมมอนส์’ ขยับสู่ ‘วัฒนธรรมเสรี’
การเผยแพร่เนื้อหาดิจิทัลเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมเสรี ดำเนินรายการโดย วิริยะ สว่างโชติ จากศูนย์วัฒนธรรมศึกษา วัฒนศาลา โดยปราบดา หยุ่น ศิลปินและนักเขียน กล่าวว่า ทุกวันนี้ นักเขียนก็รู้สึกว่าเขียนโดยไม่ผ่านสำนักพิมพ์ เขียนลงในอินเทอร์เน็ตก็ได้ แต่ที่ยังต้องผ่านสำนักพิมพ์อยู่ เพราะมีรายได้จากยอดขาย อย่างไรก็ตาม มองว่าหากให้หนังสือเป็น CC ก็คงไม่ได้มีผลกับยอดพิมพ์ เพราะยังมีกลุ่มคนที่ชอบจับหนังสือ ขณะที่ก็มีคนที่สะดวกกว่าที่จะอ่านในเน็ตและใช้ฟรี
ทั้งนี้บางครั้ง สำหรับหนังสือบางเล่มก็คล้ายเป็นเรื่องมารยาทกับสำนักพิมพ์ หรือนิตยสารที่เขาให้เขียน ซึ่งคงไม่ใช่การตัดสินใจคนเดียว หากเป็นกรณีที่หมดสัญญาแล้ว หรือมีการเขียนเพิ่ม เขาก็เห็นว่า ให้ได้โดยไม่ต้องถามสำนักพิมพ์ เรื่องสั้นของเขาก็มีหลายคนติดต่อมาเพื่อขออนุญาตนำไปทำหนังสั้น ซึ่งเขาก็อนุญาต
ปราบดากล่าวต่อว่า เขารู้สึกว่า CC เป็น สิ่งที่มีขึ้นสำหรับคนสร้างสรรค์งานที่ใจดีอยู่แล้ว หลายครั้ง ตัวเองทำงานขึ้นมา ถ้าทำโดยอยากสื่อสารเอง หรือไม่ได้ทำเพื่อรายได้ ก็ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับการที่คนอื่นจะนำงานของเขาไปใช้ แต่ปัญหาที่สงสัยคือ ข้อมูลที่ควรจะฟรีจริงๆ หลายครั้งไม่ได้อยู่ในมือของบุคคลใจดี แต่อยู่ในมือของคนที่คิดแต่เรื่องผลประโยชน์เป็นใหญ่ เขาตั้งคำถามว่า CC จะเป็นแค่สัญลักษณ์สำหรับคนที่พร้อมใช้ประโยชน์อยู่แล้วหรือไม่ แต่ในระดับที่กว้างขึ้น คนที่คิดแต่เรื่องผลประโยชน์จะยังคงมีอยู่เป็นจำนวนเท่าเดิมหรือไม่ CC จะโน้มน้าวให้คนเหล่านั้นคิดถึงวัฒนธรรมเสรีว่าจะเป็นประโยชน์กับสังคมได้เพียงใด