หน้าหลัก > ข่าวสารที่น่าสนใจ : News > คำพิพากษาคดีในอเมริกาเป็นชัยชนะของผู้สนับสนุนซอฟต์แวร์เสรี

คำพิพากษาคดีในอเมริกาเป็นชัยชนะของผู้สนับสนุนซอฟต์แวร์เสรี

ข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับนักพัฒนาโมเดลรางรถไฟ เป็นชัยชนะทางศาลครั้งยิ่งใหญ่ของ ขบวนการซอฟต์แวร์เสรี หรือที่รู้จักกันในชื่อซอฟต์แวร์รหัสเปิด

ศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐอเมริกา ที่กรุงวอชิงตันได้วินิจฉัยในคำพิพากษาคดีว่า การที่โปรแกรมเมอร์ยินยอมให้ผู้อื่นนำผลงานของตนไปใช้ได้โดยเสรี ไม่ได้หมายความว่าผลงานนั้น ไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย

คำพิพากษาของศาลยังได้ระบุว่า การใช้สัญญาทางพานิชย์ เพื่อเผยแพร่ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์และงานศิลปกรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อประโยชน์สาธารณะ สามารถทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาคดีนี้ ได้สนับสนุนขบวนการซอฟท์แวร์รหัสเปิด โดยช่วยลดความวิตกกังวลขององค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ซอฟต์แวร์เสรี ที่เขียนโดยแฮกเกอร์และโปรแกรมเมอร์ที่ทำเป็นงานอดิเรก ซึ่งได้อุทิศเวลาและแรงงานโดยไม่มีค่าตอบแทน

คำพิพากษานี้ ยังมีผลต่อสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นโครงการเพื่อดัดแปลงและแบ่งปันงานสร้างสรรค์อย่างเสรี ที่นายลอว์เรนซ์ เลสสิก (Lawrence Lessig) ศาสตราจารย์กฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2002

สัญญาอนุญาตดังกล่าว ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายโดยองค์กรเช่นสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์หรือ เอ็มไอที เพื่อเผยแพร่เอกสารประกอบการเรียนการสอน และ วิกีพีเดีย (Wikipedia ) โครงการสารานุกรมออนไลน์

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วงดนตรีร็อคไนน์อินช์เนลส์ (Nine Inch Nails) ก็ได้เผยแพร่อัลบั้มรวมดนตรี โดยใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

โจอิชิ อิโตะ (Joichi Ito) หัวหน้าคณะผู้บริหารของครีเอทีฟคอมมอนส์กล่าวว่า ความคลุมเครือของสัญญาอนุญาต เป็นอุปสรรคสำคัญของขบวนการ

เขากล่าวว่า “เมื่อบริษัทขนาดใหญ่และทีมกฎหมาย ดูสัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ จากมุมมองทางปฏิบัติของธุรกิจ จะมีปัญหาหลายอย่าง  ซึ่งทีมกฎหมายเหล่านั้น ก็จะถามต่อมาที่เรา”

คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว เป็นการกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแห่งสหรัฐที่ซานฟรานซิสโก เกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่ชอบของบริษัท ซึ่งเผยแพร่ซอฟต์แวร์แบบจำลองรางรถไฟของนักพัฒนาที่ทำเป็นงานอดิเรก

ชุมชนซอฟต์แวร์เสรีหรือซอฟท์แวร์รหัสเปิด  ได้โต้เถียงอย่างยาวนานกับนายแมททิว แคทเซอร์ (Matthew Katzer) นักธุรกิจเจ้าของบริษัทอุตสาหกรรมแคม (Kam Industries) จากเมืองพอร์ทแลนด์ รัฐโอเรกอน

โดยก่อนหน้านี้ นายแคทเซอร์ ได้ฟ้องคดีนักพัฒนาซอฟต์แวร์เสรีหลายคนว่า ไปละเมิดสิทธิบัตรของเขา แต่นักพัฒนาซอฟแวร์เสรีเหล่านั้น ได้โต้แย้งว่า เขาไม่ได้เปิดเผยเทคโนโลยีที่มีอยู่ก่อนแล้ว ที่รู้จักกันในชื่อว่า ไพรออร์ อาร์ต (prior art) ในคำขอจดสิทธิบัตรของเขา

ทนายของนายแคทเซอร์ ไม่ได้ติดต่อกลับ เมื่อถูกขอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อเดือนมีนาคม 2006 นายโรเบิร์ท จาคอบสัน (Robert Jacobsen) ศาสตราจารย์ฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่เบิร์กเลย์ ได้ฟ้องคดีนายแคทเซอร์ว่า บริษัทของเขาได้นำรหัสซอฟต์แวร์จากโครงการจาวาโมเดลเรลโรดอินเตอร์เฟส (Java Model Railroad Interface) มาใช้ และเผยแพร่โปรแกรมที่ใช้รหัสซอฟต์แวร์เพื่อการค้า โดยไม่ได้อ้างอิงที่มาของรหัสซอฟต์แวร์ ตามเงื่อนไขการใช้งานที่ระบุในสัญญาอนุญาตของซอฟต์แวร์นั้น

การตัดสินใจอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่กล่าวว่า ข้อตกลงในสัญญาอนุญาตซอฟต์แวร์รหัสเปิดนั้นกว้างเกินไป ได้กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างรุนแรงในขบวนการซอฟต์แวร์เสรี

ผู้สนับสนุนซอฟต์แวร์รหัสเปิดบางกลุ่มได้แสดงความกังวลว่า การแพ้คดีในศาลอุทธรณ์ จะเป็นหายนะของชุมชน ที่ได้พัฒนาเติบโตจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ตลอดเวลา 25 ปีที่ผ่านมา

นายจาคอบสันกล่าวว่า “ตอนนั้นผมกลัวจริง ๆ ว่าเราจะแพ้ แต่ผมก็คิดว่า ผมได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง”

ความเชื่อมโยงระหว่างนักพัฒนาโมเดลรางรถไฟกับขบวนการซอฟต์แวร์เสรี มีมานานแล้ว ตัวอย่างเช่นในระหว่างปี 1950 นักพัฒนาที่ทำงานเดินสายไฟของโครงการคลับโมเดลรางรถไฟที่เอ็มไอทีเป็นงานอดิเรก มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า แฮกเกอร์ ปรากฎตามหนังสือ “Hackers: Heroes of the Computer Revolution” ของ Steven Levy

คำนี้ในภายหลังได้ค่อย ๆ พัฒนามา จนมีความหมายรวมถึงนักพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า รหัสซอฟต์แวร์สมควรแบ่งปันกันอย่างเสรี

ขอขอบคุณ คุณชิตพงษ์ กิตตินราดร ในการแปลและเรียบเรียงต้นร่างของงานชิ้นนี้

ที่มา-หนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลเฮรัลทรีบูน 14 สิงหาคม 2008 โดย John Markoff

  1. ยังไม่มีความคิดเห็น
  1. ยังไม่มี trackbacks