ไทยรัฐ: เปิดตัว “ครีเอทีฟคอมมอนส์” สานวัฒนธรรมเสรีในไทย
ข่าวงานเปิดตัวครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย ในไทยรัฐออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 เม.ย.) เครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัวสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ หรือ CC.ประเทศ ไทย หลังจากที่คณะทำงานฯ ที่มี นายพิชัย พืชมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย จากสำนักกฎหมายธรรมนิติ ได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศ ในการปรับแก้สัญญาอนุญาตให้สอดคล้องกับกฎหมายลิขสิทธ์ของประเทศไทย ด้วยร่วมมือของ สนง.กฎหมายธรรมนิติ สถาบัน Change Fusion มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และแผนงาน ICT เพื่อ สุขภาวะออนไลน์ และภาคีเครือข่าย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมทั้งครีเอทีฟคอมมอนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศเยอรมันนี ทั้งนีหลังจากปรับปรุงแก้ไขมานานกว่า 1 ปี ในที่สุดสัญญาอนุญาตสำหรับประเทศไทย ที่ได้ถูกปรับแก้ให้สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่น เป็นลำดับที่ 51 ของโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า บรรยากาศภายในงานมีกลุ่มบล็อกเกอร์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ และคนในแวดวงอินเทอร์เน็ตเข้าร่วม รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับอนุสัญญาครีเอทีฟคอมมอนส์ อีกทั้งมีการเสวนาเรื่อง “วัฒนธรรมเสรีกับการเผยแพร่เงานสร้างสรรค์ดิจิตอลแบบเปิดกว้าง ” และตัวอย่างการใช้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ นายพิชัย พืชมงคล ผู้นำโครงการฯ และนายสุนิตย์ เชรษฐา เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ตามด้วยการอภิปรายของผู้สนับสนุน ได้แก่ นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิพดอทคอม นายสุภาพ หริมเทพาธิป จากเครือข่ายสื่อใหม่สร้างสรรค์ และนายปราบดา หยุ่น นักเขียนรางวัลซีไรท์
นายชิตพงษ์ กิตตินิรันดร ผู้ประสานงานเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ประเทศไทย กล่าวว่า CC.มี ประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม และผู้ที่ต้องการเผยแพร่เนื้อหาที่เป็นสาธารณประโยชน์ สัญญาอนุญาตหลักทั้ง 6 ฉบับสำหรับประเทศไทยนี้ ประกอบไปด้วยสิทธิ์การนำไปใช้ 4 แบบ ได้แก่ ต้องอ้างที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้า ห้ามดัดแปลง และต้องเผยแพร่งานดัดแปลงโดยใช้สัญญาชนิดเดียวกัน เชื่อว่าจะส่งเสริมบรรยากาศในการแบ่งปันความรู้ และงานสร้างสรรค์ ให้เสรี เปิดกว้างมากยิ่งขึ้นในสังคมไทย อันจะเป็นผลดีต่อประเทศไทย ที่คนไทยมุ่งหมายในการรักษาวัฒนธรรมของสังคมไทยให้ยั่งยืน แต่เปิดกว้างในการร่วมมือแลกเปลี่ยนกับสังคมอื่น ๆ
ผู้ประสานงานเครือข่ายครีเอทีฟคอมมอนส์ฯ กล่าวต่อว่า สัญญาอนุญาต CC.จะช่วยให้สังคมไทยบรรลุถึงเป้าหมายทั้งสองด้าน คือ การปกป้องคุ้มครองลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ที่เหมาะสม และมีเหตุผล ในขณะเดียวกันยังอำนวยความสะดวก ในการแบ่งปัน เผย แพร่ ใช้และพัฒนางานสร้างสรรค์ เช่น เนื้อหาทางวิชาการ องค์ความรู้ต่างๆ หรืองานสร้างสรค์ของศิลปินอิสระ ทั้งที่มีอยู่เดิมและที่จะสร้างขึ้นใหม่ จะได้ไม่ติดขัดกับข้อบังคับทางกฎหมายลิขสิทธิ์ ที่ยังก้าวตามความเจริญของสังคมอินเทอร์เน็ตไม่ทัน โดยที่ผู้ที่ต้องการใช้สามารถนำเอาสัญลักษณ์ และโค้ดของครีเอทีฟคอมมอนส์ ในแบบที่ต้องการใช้งานติดกับเว็บไซต์ หรือผลงานเหล่านั้นได้ทันที ส่วนการคุ้มครองเนื้อหายังอยู่ภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ประเทศไทย
นายชิตพงษ์ กล่าวด้วยว่า การเปิดตัวสัญญา CC.เป็นแค่การเริ่มต้นของโครงการรณรงค์ที่ใหญ่กว่าเดิม ในการสนับสนุนผู้สร้างสรรค์ชาวไทย ให้นำ CC.ไป ใช้กับงานสร้างสรรค์ของตน เครือข่ายฯ จะเข้าไปปรึกษาหารือกับผู้สร้างสรรค์งานประเภทต่างๆ เพื่อนำเสนอแนวคิดวัฒนธรรมเสรีและเปิดกว้าง อีกทั้งกระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ไม่ใช่การต่อต้าน หรือขัดแย้งกับกฎหมายลิขสิทธิ์เดิม เพราะครีเอทีฟคอมมอนส์ เป็นตัวช่วยให้การใช้ลิขสิทธิ์ชัดเจน โดยคาดว่าจะชักชวนผู้สร้างสรรค์งานเหล่านั้น ให้กลับมาทบทวนแนวทางการอนุญาต และพิจารณาแนวทางที่ยืดหยุ่น และมีเหตุผล ด้วยการใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์ ต่อไป
