ครีเอทีฟคอมมอนส์มีผู้นำและผู้ให้ทุนรายใหม่
ซานฟรานซิสโก แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 1 เมษายน 2551
ครีเอทีฟคอมมอนส์ ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีเป้าหมายผลักดันการเผยแพร่งานสร้างสรรค์ให้สาธารณะชนได้ใช้และแลกเปลี่ยนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้ประกาศในวันนี้ถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารงาน และการได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 4 ล้านเหรียญสหรัฐจาก William and Flora Hewlett Foundation
โดย ลอว์เรนซ์ เลสสิก ผู้ก่อตั้งครีเอทีฟคอมมอนส์และศาสตราจาย์ด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “เป็นข่าวดีที่สะท้อนให้เห็นว่า ครีเอทีฟคอมมอนส์ได้เติบโตสู่ การเป็นโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับงานสร้างสรรค์ การศึกษา และการวิจัยในยุคดิจิตอล” โดยครีเอทีฟคอมมอนส์เพิ่งก่อตั้งมาครบ 5 ปี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
เลสสิกประกาศว่า ความสนใจหลักของเขาได้ย้ายจากด้านลิขสิทธิ์ไปสู่ การต่อสู้กับการคอร์รัปชั่นทางการเมือง เขาเพิ่งริเริ่มโครงการ Change Congress เพื่อยกระดับความโปร่งใสในการบริหารงานของรัฐบาลสหรัฐ และเพื่อที่เขาจะสามารถมุ่งเน้นความสนใจไปที่การเคลื่อนไหวดังกล่าว เลสสิกจึงได้ประกาศลาออกจากการเป็นซีอีโอของครีเอทีฟคอมมอนส์ โดยตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดนี้ จะถูกแทนที่โดย โจอิชิ อิโตะ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ก่อตั้งกิจการ และผู้สนับสนุนวัฒนธรรมเสรี โดยเลสสิกจะยังคงเป็นกรรมการบริหารของครีเอทีฟคอมมอนส์ต่อไป
“ถึงแม้ผมจะเปลี่ยนความสนใจ แต่ก็ยังยึดมั่นอยู่กับ ครีเอทีฟคอมมอนส์และการเคลื่อนไหวเพื่อวัฒนธรรมเสรี” เลสสิกกล่าว “งานที่ผมจะทำในโครงการ Change Congress มีส่วนเสริมงานของครีเอทีฟคอมมอนส์ในหลายๆ ด้าน โครงการทั้งสองเกี่ยวข้อง กับการทำให้ประชาชนมีพลังและสร้างระบบที่ดีกว่าได้ด้วยตนเอง ผมมีความยินดีเป็นอย่างมาก ที่จะมอบหมายตำแหน่งผู้บริหารให้กับ โจอิ อิโตะ ซึ่งเป็นผู้มีความสามารถและพลังความสนใจในงานของครีเอทีฟคอมมอนส์เป็นอย่างสูง”
อิโตะกล่าวว่า “ครีเอทีฟคอมมอนส์ภายใต้การนำของเลสสิกได้เติบโตจากการเป็นเพียงประกายความคิดเล็ก ๆ สู่พื้นที่ทางเทคนิค สังคม และกฎหมายที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อองค์กรและประชาชนในกว่า 80 ประเทศ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครีเอทีฟคอมมอนส์ได้เติบโตและทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และผมก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มีส่วนเพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยบริหารจัดการกลุ่มคนที่น่าทึ่งกลุ่มนี้ และ Hewlett Foundation ได้เป็นแรงสนับสนุนหลักแก่เราตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราต้องขอบคุณมูลนิธินี้อย่างสุดซึ้งที่ได้ช่วยสนับสนุนงานของเราต่อเพื่อ ให้เราก้าวไปข้างหน้า”
ผู้ที่จะมาแทนอิโตะในตำแหน่งประธานบอร์ด คือ เจมส์ บอยล์ ซึ่งเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งและศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก และอิโตะก็จะยังคงนั่งอยู่ในบอร์ดบริหาร
บอยล์มีทัศนะเชิงบวกต่ออนาคตของครีเอทีฟคอมมอนส์ “หากลองดูจำนวนและคุณภาพงานที่น่าทึ่งที่อยู่ใต้สัญญาอนุญาตของเรา ตั้งแต่ MIT OpenCourseWare, Public Library of Science จนถึงดนตรี ภาพถ่าย บล็อก และตำรา เราก็จะพบว่าครีเอทีฟคอมมอนส์ภายใต้การนำของเลสสิกได้ช่วยสร้าง “งานสร้างสรรค์สาธารณะ” แก่ประชาคมโลก ซึ่งคนนับล้านได้สร้างและใช้งานเหล่านี้ร่วมกัน งานของผมคือการใช้ความสามารถของคนที่อยู่ในบอร์ด ซึ่งรวมทั้ง ลอว์เรนซ์ เลสสิก ผู้ที่สัญญากับผมว่าจะยังไม่หนีไปไหน เพื่อทำให้ภารกิจของ ครีเอทีฟคอมมอนส์ดำเนินและขยายต่อไปในอนาคต”
Hewlett Foundation ได้มอบเงินให้เปล่าจำนวน 2.5 ล้านเหรียญเพื่อสนับสนุนงานทั่วไปของครีเอทีฟคอมมอนส์เป็นระยะเวลา 5 ปี และอีก 1.5 ล้านเหรียญเพื่อสนับสนุน ccLearn ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยของ ครีเอทีฟคอมมอนส์ ที่มุ่งเน้นเรื่องทรัพยากรทางการศึกษาแบบเปิด
Catherine Casserly ผู้อำนวยการ Open Educational Resources Initiative ที่ Hewlett กล่าวว่า “William and Flora Hewlett Foundation สนับสนุนทรัพยากรการศึกษาและระบบเปิดมาโดยตลอด และสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยวางโครงสร้างพื้นฐาน ให้กับระบบเปิดเหล่านั้น” เงินทุน Hewlett เป็นส่วนสำคัญของแผนการสนับสนุนเงินทุน 5 ปี ซึ่งนอกจาก Hewlett Foundation ก็ยังมีผู้สนับสนุนจาก Omidyar Network, Google, Mozilla, Red Hat, และบอร์ดครีเอทีฟคอมมอนส์เอง
ครีเอทีฟคอมมอนส์ยังได้ประกาศถึง การเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 2 คน ได้แก่ Diane Peters ที่เข้ามาร่วมงานในตำแหน่งผู้ให้คำปรึกษาทั่วไป โดยย้ายมาจากบริษัท Mozilla และเป็นสมาชิกบอร์ด Software Freedom Law Center นอกจากนั้นยังเคยเป็นผู้ให้คำปรึกษาทั่วไปของ Open Source Development Labs และ Linux Foundation เธอมีประสบการณ์ยาวนานด้านการร่วมมือและให้คำปรึกษาแก่องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ชุมชนนักพัฒนา และบริษัทด้านเทคโนโลยีหลากหลาย
Virginia Rutledge ซึ่งเป็นรองประธานมูลนิธิและผู้ให้คำปรึกษาทั่วไปคนปัจจุบันของครีเอทีฟคอมมอนส์ จะรับตำแหน่งใหม่เป็นรองประธานมูลนิธิและผู้ให้คำปรึกษาพิเศษ โดยในบทบาทใหม่นี้ เธอจะมุ่งเน้นความสนใจไปกับการพัฒนาและสร้างความสัมพันธ์ภายนอก โดยจะยังคงนำโครงการพิเศษด้านกฎหมายต่อไป
โดย Chitpong Kittinaradorn
